การทดสอบกับสารก่อภูมิแพ้ของผู้ป่วยแต่ละราย

การทดสอบกับสารก่อภูมิแพ้ของผู้ป่วยแต่ละราย Oral Food Challenge คือ การให้ผู้ป่วยรับประทานอาหารที่สงสัยว่าทำให้เกิดอาการแพ้โดยเริ่มจากปริมาณเล็กน้อย และค่อยๆ เพิ่มปริมาณขึ้น แพทย์จะเฝ้าระวังติดตามอาการที่กำหนดตามมาตรฐานเพื่อดูว่ามีปฏิกิริยาการแพ้เกิดขึ้นหรือไม่ การทดสอบนี้เป็นวิธีที่แม่นยำที่สุด แต่ผู้ป่วยอาจจะเกิดปฏิกิริยาการแพ้รุนแรงได้ ดังนั้นจึงต้องอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลโดยแพทย์เฉพาะทางภูมิแพ้ และทำในสถานพยาบาลที่มียาและอุปกรณ์ช่วยชีวิตที่มีความพร้อม

อาหารชวนแพ้
อาหารที่มักเป็นสาเหตุการแพ้อาหาร ได้แก่ นม ไข่ ถั่วเหลือง แป้งสาลี ถั่วลิสง สัตว์น้ำเปลือกแข็ง เช่น กุ้ง ปู หอย หมึก ฯลฯ ถั่วเปลือกแข็งตระกูล Tree Nuts เช่น อัลมอนด์ วอลนัท มะม่วงหิมพานต์ แมคคาเดเมีย พิสตาชิโอ ฯลฯ

ผักและผลไม้ อาจเกิดอาการแพ้ที่ริมฝีปากและในลำคอ หรือแพ้รุนแรงได้ในบางราย

ปฏิกิริยาอาการแพ้อาหาร (Food Allergy) แบ่งออกเป็น
ชนิดเฉียบพลัน IgE-mediated food allergy มีอาการ ตาบวม ปากบวม ผื่นลมพิษ ไอ หายใจไม่ออก ปวดท้อง ถ่ายเหลว เกิดขึ้นภายใน 30 นาที – 2 ชั่วโมง หลังจากมีการรับประทานอาหาร มีโอกาสเสี่ยงที่จะเกิดอาการแพ้รุนแรงได้

ชนิดไม่เฉียบพลัน Non-IgE-mediated food allergy ค่อยๆ ปรากฏอาการหลายชั่วโมงหรือเป็นวันหลังจากรับประทานอาหารเข้าไปแล้ว เช่น ผื่น ผิวหนังอักเสบ ภูมิแพ้ ถ่ายเหลวเรื้อรัง ถ่ายอุจจาระมีมูกเลือดปน

วิธีทดสอบอาการแพ้อาหาร (Oral Food Challenge)
เบื้องต้นจะทำการทดสอบภูมิแพ้ทางผิวหนังหรือการตรวจเลือด

1. การทดสอบภูมิแพ้ทางผิวหนัง (Skin Prick Tests) ผู้ป่วยต้องไม่มีอาการเจ็บป่วยอย่างน้อย 1 สัปดาห์ ก่อนวันที่ทำการทดสอบ และงดรับประทานยาแก้แพ้ 1 สัปดาห์ ก่อนวันที่ทำการทดสอบ เมื่อทดสอบแล้วสามารถทราบผลได้ภายใน 15 – 20 นาที (ในกรณีที่มีอาการแพ้รุนแรงจะสามารถทดสอบได้หลังจากมีอาการ 1 เดือน)

2. การตรวจเลือด (Blood Test For Specific IgE) ไม่ต้องงดยาแก้แพ้ก่อนการทดสอบ เมื่อทดสอบแล้วสามารถทราบผลได้ภายใน 3 – 5 วันทำการ โดยมีทั้งผลเป็นบวกและลบ

หลังจากนั้น จึงพิจารณาทำการทดสอบอาการแพ้อาหารผ่านทางการกิน (Oral Food Challenge)

กรณีทดสอบภูมิแพ้ ผลเป็นบวก แพทย์อาจให้งดหรืออาจให้ทำทดสอบด้วยการรับประทานอาหาร (Oral Food Challenge) ตามความเหมาะสม (ในกรณีที่ผู้ป่วยแพ้อยู่ก่อนแล้วและต้องการรู้ว่าหายแพ้แล้วหรือไม่) และขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์ผู้ทำการรักษา

กรณีทดสอบภูมิแพ้ ผลเป็นลบ อาจพิจารณาทำการทดสอบด้วยการรับประทานอาหาร (Oral Food Challenge)